ระบบหัวฉีด - ติดตั้งได้เฉพาะ รถที่ระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด เท่านั้น โดยเฉพาะ จะต้องเป็นหัวฉีดไฟฟ้า ถ้าเป็นหัวฉีดกลไก อย่างเช่น หัวฉีด K-Jetronic ในรถ Benz รุ่นเก่าๆ ที่ลงท้ายด้วย E เช่น 190E, 300E ... จะติดตั้งระบบหัวฉีดแก๊สไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุม (แต่ปัจจุบัน มีผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างสัญญาณรอบ สำหรับรถ K-Jet ทำให้สามารถติดตั้งเป็นระบบหัวฉีดได้แล้ว)
ระบบดูด - ติดตั้งได้ในรถที่ระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด และ แบบคาร์บูเรเตอร์
ระบบหัวฉีด - สมรรถนะการขับขี่ของรถจะใกล้เคียงกับตอนใช้น้ำมันมากกว่าระบบดูด เนื่องจากมีการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างแก๊สกับน้ำมันในการปรับจูน โดยกล่องสมองกลของแก๊ส ( ECU ) จะอ้างอิงค่าการจ่ายของน้ำมัน ในการคำนวณการจ่ายแก๊ส
ระบบดูด - สมรรถนะการขับขี่อาจใกล้เคียงกับตอนใช้น้ำมันในบางสถานะ เช่น ถ้าตอนออกตัวดี อาจมีปัญหาตอนความเร็วปลาย เป็นต้น เนื่องจากเป็นการปรับจูนที่ค่อนข้างหยาบ
ระบบหัวฉีด - เนื่องจากเป็นการจ่ายเชื้อเพลิงหน้าห้องเผาไหม้โดยตรง จึงแทบไม่มีโอกาสเกิดการสะสมของแก๊สในท่อร่วมไอดี จนอาจเกิดเหตุการณ์ Back Fire หรือการระเบิดในท่อร่วมไอดี อย่างในระบบดูด
ระบบดูด - เนื่องจากเป็นการผสมระหว่างแก๊สกับน้ำมัน ตั้งแต่ตำแหน่งก่อนทางเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ ดังนั้น จึงมีการสะสมของเชื้อเพลิงในท่อร่วมไอดี ซึ่งอาจเกิด Back Fire ได้
ระบบหัวฉีด - มีการเจาะท่อร่วมไอดี เพื่อฝังหัวทองเหลือง (ที่ใช้ต่อท่อไปยังหัวฉีดแก๊ส) จึงอาจถือได้ว่า มีการดัดแปลงตัวรถในเชิงกายภาพ มากกว่า ระบบดูด ที่ใส่แค่ mixer
ระบบดูด - มีการดัดแปลงหน้าห้องเครื่องน้อยกว่า เพราะใส่เพียง mixer (ยกเว้นในกรณีที่ต้องเจาะหรือตัดท่ออากาศ เพื่อใส่ mixer สำหรับรถบางรุ่น)
ระบบหัวฉีด - ในการปรับจูน ต้องใช้คอมพิวเตอร์ หรือ notebook ในการปรับจูนเท่านั้น ไม่สามารถใช้คน กับมือเปล่าในการปรับจูนเหมือนในระบบดูดได้ (ยกเว้น ระบบหัวฉีด บางยี่้ห้อ ที่ติดตั้งเสร็จแล้ววิ่งได้เลย ไม่ต้องจูน ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก)
ระบบดูด - ในการปรับจูน ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ดังนั้น ผู้ขับขี่อาจปรับจูนเองได้ ในกรณีฉุกเฉิน
ระบบหัวฉีด - ในการใช้งาน เวลาเปลี่ยนไปมา ระหว่าง น้ำมันเป็นแก๊ส หรือ แก๊สเป็นน้ำมัน จะทำได้นิ่มนวล ไม่มีกาีรสะดุด
ระบบดูด -ในการใช้งาน อาจมีการสะดุด เวลาเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊ส หรือ แก๊สเป็นน้ำมัน
ระบบหัวฉีด - รถที่ระบบน้ำมันมีปัญหา จนขับด้วยน้ำมันไม่ได้ ก็มักจะขับด้วยแก๊สไม่ได้
ระบบดูด - รถที่ระบบน้ำมันมีปัญหา เช่น หัวฉีดน้ำมัน หรือ Air Flow Sensor เสีย จนขับด้วยน้ำมันไม่ได้ แต่ยังสามารถขับด้วยแก๊สได้ ดังนั้น บางคนจึงติดระบบดูด เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียของระบบน้ำมัน
ระบบหัวฉีด - เนื่องจากมีการจ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าระบบดูด อีกประมาณ 10-20%
ระบบดูด - เนื่องจากมีแก๊สที่ผสมกับอากาศ ในส่วนท่อร่วมไอดี ต้องถูกเผาทิ้งไปในการใช้งาน จึงทำให้ค่าเชื้อเพลิงจะสูงกว่าระบบหัวฉีด
ระบบหัวฉีด - ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง สูงกว่าระบบดูด ประมาณ 1 เท่าตัว
ระบบดูด - ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ต่ำกว่า
ระบบหัวฉีด - ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบมากกว่า นั่นคือ ต้องเปลี่ยนกรองแก๊ส ทุกปี และหัวฉีด มีราคาสูง และต้องเปลี่ยนประมาณ 100,000 กม.
ระบบดูด - ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบต่ำกว่า นั่นคือ อาจต้องเปลี่ยนแผ่นไดอะแฟรม หรือ ผ้าหม้อต้ม ราคา เป็นหลัก นอกนั้นไม่ค่อยเสียหาย
ระบบหัวฉีด - มีภาพลักษณ์ที่ดีกว่า สำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบหัวฉีด
ระบบดูด - ภาพลักษณ์ของผู้นำรถมาติดตั้งระบบดูด อาจดูด้อยกว่าในทางสังคม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น